แนวทางการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ดังนี้
  1. กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนมาตรฐานสากล โดยมุ่งเน้นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพควบคู่กับการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ผ่านแนวคิดการใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  2. ปลูกฝังจิตสำนึกและส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่พนักงานทุกระดับ โดยรณรงค์การใช้พลังงานอย่างประหยัดและเหมาะสม อาทิ การใช้ไฟฟ้าและน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การคัดแยกขยะและของเสีย ตลอดจนการส่งเสริมแนวทางการลดและบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
  3. บริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบผ่านกระบวนการกำกับดูแล ติดตาม ประเมินผล และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อการปรับปรุงและพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการร่วมมือกับคู่ค้าและพันธมิตรทางธุรกิจในการยกระดับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมตลอดห่วงโซ่คุณค่า
  4. สื่อสารนโยบายและแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อมให้พนักงานและผู้มีส่วนได้เสียตลอดห่วงโซ่คุณค่ารับทราบอย่างทั่วถึง โดยคณะกรรมการและผู้บริหารมุ่งมั่นกำกับดูแลและสนับสนุนการดำเนินงานตามนโยบายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อมที่ตั้งไว้

แผนการจัดการก๊าซเรือนกระจก

บริษัท​ฯ ให้​ความ​สำคัญ​กับ​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ​ควบ​คู่​การ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม โดย​ได้​กำหนด​เป้าหมาย​ด้าน​สิ่งแวดล้อม​ทั้ง​ใน​ระยะ​สั้น (1-3 ปี) และ​ระยะ​ยาว (5-10 ปี) ภาย​ใต้​กรอบ​การ​บริหาร​จัดการ​การ​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ตาม​มาตรฐาน​สากล แบ่ง​ออก​เป็น 3 ขอบเขต (Scopes) ได้แก่ การ​ปล่อย​ตรง​จาก​องค์กร, การ​ใช้​พลังงาน​ทาง​อ้อม และ​การ​ปล่อย​ทาง​อ้อม​จาก​ซัพพลาย​เชน​และ​กิจกรรม​อื่น ๆ เพื่อ​มุ่ง​สู่​การ​เป็น​องค์กร​ที่​มีค​วาม​ยั่งยืน และ​สอดคล้อง​กับ​แนวทาง Carbon Neutrality และ Net Zero Emissions ใน​อนาคต

ขอบเขต​ที่ 1: การ​ปล่อย​ตรง​จาก​องค์กร (Scope 1)

ระยะ​สั้น (1-3 ปี)

บริษัท​ฯ มุ่ง​ลด​การ​ใช้​เชื้อเพลิง​ฟอสซิลจาก​กิจกรรม​ภายใน​องค์กร โดย​ทยอย​ปรับ​เปลี่ยน​ยาน​พาหนะ​บาง​ส่วน​เป็น​รถยนต์​พลังงาน​ไฟฟ้า (Electric Vehicle: EV) และ​รถยนต์​พลังงาน​ไฮบริ​ด (Hybrid Electric Vehicle: HEV) เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน​และ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​จาก​การ​เดินทาง​ทาง​ธุรกิจ ทั้งนี้ บริษัท​ฯ กำหนด​แผนการ​ปรับ​เปลี่ยน​ยาน​พาหนะ​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​ตาม​ความ​เหมาะสม​และ​ความ​พร้อม​ทาง​เทคโนโลยี

ควบ​คู่​กัน​นี้ บริษัท​ฯ ดำเนิน​โครงการ​บริหาร​จัดการ​ขยะ​อย่าง​เป็น​ระบบ อาทิ การ​แยก​ขยะ ณ แหล่ง​ต้นทาง การ​ส่งเสริม​การ​ใช้​ซ้ำ (Reuse) และ​การ​บริจาค​สิ่งของ​ที่​ยัง​สามารถ​ใช้​ประโยชน์​ได้ เพื่อ​เพิ่ม​อัตรา​การนำ​กลับ​มา​ใช้​ประโยชน์ (Recycling Rate) และ​ลด​ปริมาณ​ของ​เสีย​ที่​ต้อง​ส่ง​ไป​ยัง​หลุม​ฝัง​กลบ อันเป็น​การ​สนับสนุน​เป้าหมาย​ด้าน​การ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม​ใน​ภาพ​รวม​ของ​องค์กร

ระยะ​ยาว (5-10 ปี)

บริษัท​ฯ ตั้งเป้าหมาย​เปลี่ยน​ยาน​พาหนะ​ของ​องค์กร​เป็น​รถยนต์​ไฟฟ้า (EV) ร้อย​ละ 100 และ​พัฒนา​องค์กร​สู่​การ​เป็น Green Office ที่​มี​ระบบ​จัดการ​ขยะ​ครบ​วงจร เช่น Zero Waste to Landfill หรือ​ขยะ​เป็น​ศูนย์

ขอบเขต​ที่ 2: การ​ปล่อย​ทาง​อ้อม​จาก​การ​ใช้​พลังงาน (Scope 2)

ระยะ​สั้น (1-3 ปี)

บริษัท​ฯ ตั้ง​เป้า​ลด​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​ใน​สำนัก​งาน​ลง​ไม่​น้อย​กว่า​ร้อย​ละ 5 ผ่าน​มาตรการ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน เช่น การ​รณรงค์​สร้าง​จิตสำนึก​ด้าน​การ​ประหยัด​พลังงาน และ​การ​เลือก​ใช้​อุปกรณ์​ที่​มี​ประสิทธิภาพ​สูง

ระยะ​ยาว (5-10 ปี)

ขยาย​เป้าหมาย​การ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​ไม่​น้อย​กว่า​ร้อย​ละ 10 พร้อม​ทั้ง​ศึกษา​ความ​เป็น​ไป​ได้​ใน​การ​ใช้​พลังงาน​ทาง​เลือก​หรือ​พลังงาน​หมุนเวียน เพื่อ​เพิ่ม​สัดส่วน​พลังงาน​สะอาด​ใน​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ

ขอบเขต​ที่ 3: การ​ปล่อย​ทาง​อ้อม​อื่น ๆ (Scope 3)

ระยะ​สั้น (1-3 ปี)

บริษัท​ฯ กำหนด​แนวทาง​คัดเลือก​ซัพพลายเออร์ โดย​พิจารณา​ปัจจัย​ด้าน​ความ​ยั่งยืน รวม​ถึง​แนว​ปฏิบัติ​ด้าน​สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​กระบวนการ​จัด​ซื้อ​จัดจ้า​ง

ระยะ​ยาว (5-10 ปี)

บริษัท​ฯ มุ่ง​สร้าง​ความ​ร่วมมือ​กับ​คู่​ค้า​และ​พันธมิตร​ทาง​ธุรกิจ เพื่อ​ร่วม​กัน​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ตลอด​ห่วง​โซ่​คุณ​ค่า (Value Chain) และ​พัฒนา​กลไก​ติดตาม​และ​รายงาน​ผล​ด้าน​คาร์บอน​อย่าง​ต่อ​เนื่อง

การ​ตั้งเป้าหมาย​การ​ลด​ก๊าซ​เรือน​กระจก​อื่น ๆ

รายละเอียดการตั้งเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกอื่น ๆ

ขอบเขตการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก ปีฐาน ปีเป้าหมายระยะสั้น ปีเป้าหมายระยะยาว
ขอบเขตที่ 1 2567 : ปล่อยก๊าซเรือนกระจก 39.71 tCO2e 2568 : ลด 5% เทียบกับปีฐาน 2573 : ลด 10% เทียบกับปีฐาน

การ​บริหาร​การ​จัดการ​เพื่อ​ลด​ปัญหา​ก๊าซ​เรือน​กระจก

บริษัท​ฯ ตระหนัก​ถึง​ความ​สำคัญ​ของ​การ​บริหาร​จัดการ​ก๊าซ​เรือน​กระจก ซึ่ง​เป็น​ปัจจัย​สำคัญ​ที่​ส่ง​ผล​ต่อ​การ​เปลี่ยนแปลง​สภาพ​ภูมิ​อากาศ (Climate Change) และ​ความ​ยั่งยืน​ของ​ธุรกิจ​ใน​ระยะ​ยาว โดย​ได้​กำหนด​แนวทาง​บริหาร​จัดการ​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​จาก​การ​ดำเนิน​งาน ครอบ​คลุม​ทั้ง​การ​ปล่อย​โดย​ตรง (Scope 1) การ​ปล่อย​ทาง​อ้อม​จาก​การ​ใช้​พลังงาน (Scope 2) และ​การ​ปล่อย​ทาง​อ้อม​อื่น ๆ (Scope 3) พร้อม​กำหนด​เป้าหมาย​มุ่ง​สู่​ความ​เป็นกลาง​ทาง​คาร์บอน (Carbon Neutrality) และ​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​สุทธิ​เป็น​ศูนย์ (Net Zero GHG Emissions) ภายใน​ปี 2573

บริษัท​ฯ ดำเนิน​มาตรการ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ผ่าน​การ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน การ​ลด​การ​ใช้​เชื้อเพลิงฟอสซิล และ​การ​ปรับ​เปลี่ยน​รูป​แบบ​การ​เดินทาง​ของ​องค์กร โดย​นำ​เทคโนโลยี​ยาน​ยนต์​พลังงาน​ไฟฟ้า (EV) และ​ยาน​ยนต์​พลังงาน​ไฮบริ​ด (HEV) มา​ใช้​ทดแทน​รถยนต์​ที่​ใช้​เชื้อเพลิงฟอสซิล รวม​ถึง​พัฒนา​กระบวนการ​ทำ​งาน​ให้​มี​ประสิทธิภาพ​และ​สอดคล้อง​กับ​แนวทาง​การ​พัฒนา​อย่าง​ยั่งยืน

ผล​การ​ดำเนิน​งาน

บริษัท​ฯ ใช้​ระบบ SET Carbon ซึ่ง​พัฒนา​โดย​ตลาดหลักทรัพย์​แห่ง​ประเทศ​ไทย เป็น​เครื่องมือ​ใน​การ​บริหาร​จัดการ​และ​คำนวณ​ข้อมูล​คาร์บอน​ฟุต​พ​ริ้น​ท์ของ​องค์กร (Carbon Footprint for Organization: CFO) เพื่อ​รวบรวม จัด​เก็บ และ​ประมวล​ผล​ข้อมูล​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​จาก​การ​ดำเนิน​งาน​ของ​บริษัท​ฯ อย่าง​เป็น​ระบบ โปร่งใส และ​สามารถ​ตรวจ​สอบ​ได้ ทั้งนี้ ระบบ​ดัง​กล่าว​ช่วย​ให้​บริษัท​ฯ สามารถ​ประเมิน​ผลก​ระ​ทบ​จาก​กิจกรรม​ทาง​ธุรกิจ​ได้​อย่าง​ครอบ​คลุม โดย​ครอบ​คลุม​กิจกรรม​หลัก 3 ประเภท ได้แก่

  • การ​ใช้​ยาน​พาหนะ​ที่​บริษัท​เป็น​เจ้าของ (Scope 1)
  • การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​ใน​สำนัก​งาน (Scope 2)
  • การ​กำจัด​และ​จัดการ​ของ​เสีย​ที่​บริษัท​ดำเนิน​การ​เอง (Scope 1)

ใน​ปี 2568 บริษัท​ฯ มี​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​รวม​ทั้ง​องค์กร​เท่ากับ 115.11 ตัน​คาร์บอนไดออกไซด์​เทียบเท่า (tCO2e) โดย​มี​สัดส่วน​การ​ปล่อย​ดังนี้

  • Scope 1 (การ​ปล่อย​ทาง​ตรง): 28.79 tCO2e คิด​เป็น​ร้อย​ละ 24.99
  • Scope 2 (การ​ใช้​ไฟฟ้า): 86.32 tCO2e คิด​เป็น​ร้อย​ละ 74.99
  • Scope 1 (การ​จัดการ​ของ​เสีย): 0.02 tCO2e คิด​เป็น​ร้อย​ละ 0.01

เมื่อ​เปรียบเทียบ​การ​ปล่อย​ใน Scope 1 กับ​ปี​ฐาน 2567 ซึ่ง​มี​ปริมาณ 39.71 tCO2e พบ​ว่า​สามารถ​ลด​ลง​ได้ 10.92 tCO2e หรือ​คิด​เป็น​ร้อย​ละ 27.49 ซึ่ง​สูง​กว่า​เป้าหมาย​ระยะ​สั้น​ที่​กำหนด​ไว้​ร้อย​ละ 5 และ​เป้าหมาย​ระยะ​ยาว​ร้อย​ละ 10 อย่าง​มี​นัย​สำคัญ แสดง​ถึง​ประสิทธิผล​ของ​มาตรการ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​ของ​บริษัท​ฯ

ผล​สำเร็จ​ดัง​กล่าว​เกิด​จาก​มาตรการ​สำคัญ ได้แก่ การ​ทยอย​ปรับ​เปลี่ยน​ยาน​พาหนะ​จาก​ระบบ​เชื้อเพลิง​ฟอสซิลเป็น​รถยนต์​พลังงาน​ไฟฟ้า (EV) และ​รถยนต์​พลังงาน​ไฮบริ​ด (HEV) การ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​พลังงาน​ใน​สำนัก​งาน รวม​ถึง​การ​ส่งเสริม​พฤติกรรม​การ​ใช้​ทรัพยากร​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ​ภายใน​องค์กร

บริษัท​ฯ จะ​ติดตาม ประเมิน​ผล และ​พัฒนา​มาตรการ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก​อย่าง​ต่อ​เนื่อง โดย​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​การ​บริหาร​จัดการ​พลังงาน​ไฟฟ้า (Scope 2) ซึ่ง​เป็น​แหล่ง​การ​ปล่อย​หลัก เพื่อ​สนับสนุน​การ​บรรลุ​เป้าหมาย Net Zero GHG Emissions ภายใน​ปี 2573 และ​สร้าง​การ​เติบโต​อย่าง​ยั่งยืน​ใน​ระยะ​ยาว

รูปภาพ​ผล​การ​ดำเนิน​งาน​และ​ผลลัพธ์​ด้าน​การ​จัดการ​จัดการ​ก๊าซ​เรือน​กระจก

การปล่อยก๊าซเรือนกระจกแบ่งตามขอบเขต

สัดส่วนการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามขอบเขต

การจัดการเพื่อลดปัญหาก๊าซเรือนกระจก : ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร

2566 2567 2568
ปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) N/A 124.04 115.11
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 1 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) N/A 39.71 28.79
การปล่อยก๊าซเรือนกระจก - ขอบเขตที่ 2 (ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า) N/A 84.33 86.32

แผนการ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ

แผนการ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ

บริษัท​ฯ ตระหนัก​ถึง​ความ​สำคัญ​ของ​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ เพื่อ​สนับสนุน​การ​ลด​ต้นทุน​การ​ดำเนิน​งาน ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม และ​ส่งเสริม​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ​อย่าง​ยั่งยืน จึง​ได้​กำหนด​แผนการ​บริหาร​จัดการ​พลังงาน​ไฟฟ้า​อย่าง​เป็น​ระบบ โดย​มี​ราย​ละเอียด​ดังนี้

วัตถุ​ประสงค์:

  • เพื่อ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​โดย​ไม่​จำเป็น
  • เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​ใน​การ​ใช้​พลังงาน​ภายใน​องค์กร
  • เพื่อ​ปลูกฝัง​จิตสำนึก​ด้าน​การ​ประหยัด​พลังงาน​ให้​แก่​พนักงาน​ทุก​ระดับ

เป้าหมาย:

  • ลด​ค่า​ใช้​จ่าย​ด้าน​พลังงาน​ไฟฟ้า​โดย​รวม​ลง​อย่าง​น้อย ร้อย​ละ 5 ใน​ปี 2568 เมื่อ​เทียบ​กับ​ปี 2567

มาตรการ​และ​กิจกรรม​หลัก

  • ควบคุม​และ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน โดย​รณรงค์​ให้​พนักงาน​ปิด​อุปกรณ์​ไฟฟ้า​เมื่อ​ไม่​ใช้​งาน อาทิ ปิด​ไฟ​และ​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้า​หลัง​เลิก​งาน หรือ​หลัง​เลิก​ใช้​ห้อง​ประชุม
  • ส่งเสริม​วัฒนธรรม​การ​ประหยัด​พลังงาน​ภายใน​องค์กร ผ่าน​การ​สื่อสาร​และ​รณรงค์​อย่าง​ต่อ​เนื่อง เช่น การ​จัด​ทำ​สื่อ​ประชาสัมพันธ์ โปส​เตอร์ อีเมล และ​กิจกรรม​สร้าง​จิตสำนึก เพื่อให้​พนักงาน​ทุก​คน​มี​ส่วน​ร่วม​ใน​การ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน
  • ปรับปรุง​และ​พัฒนา​อุปกรณ์​ให้​มี​ประสิทธิภาพ​สูง​ขึ้น อาทิ การ​เปลี่ยน​หลอด​ไฟ​เป็น​หลอด LED การ​ตรวจ​สอบ​และ​บำรุง​รักษา​เครื่อง​ใช้​ไฟฟ้า​อย่าง​สม่ำเสมอ เพื่อให้​สามารถ​ใช้​งาน​ได้​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ​และ​ประหยัด​พลังงาน​มาก​ยิ่ง​ขึ้น

การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า

บริษัท​ฯ ให้​ความ​สำคัญ​กับ​การ​ประหยัด​พลังงาน​ไฟฟ้า​และ​ส่งเสริม​การ​ใช้​พลังงาน​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ เพื่อ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม และ​สนับสนุน​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ​อย่าง​ยั่งยืน โดย​ได้​ดำเนิน​โครงการ​รณรงค์​การ​ประหยัด​พลังงาน​ใน​สถาน​ที่​ทำ​งาน​อย่าง​ต่อ​เนื่อง อาทิ มาตรการ​ให้​พนักงาน​ปิด​ไฟ​ใน​ช่วง​พัก​เที่ยง​และ​หลัง​เลิก​งาน เพื่อ​ลด​การ​ใช้​พลังงาน​ที่​ไม่​จำเป็น รวม​ถึง​การ​สร้าง​จิตสำนึก​ด้าน​การ​ใช้​พลังงาน​อย่าง​คุ้ม​ค่า​ใน​องค์กร

ทั้งนี้ บริษัท​ฯ ได้​ติดตาม​และ​ประเมิน​ผล​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​อย่าง​ต่อ​เนื่อง​ใน​ช่วง 3 ปี​ที่​ผ่าน​มา เพื่อ​วิเคราะห์​แนวโน้ม​การ​ใช้​ทรัพยากร​และ​ปรับปรุง​มาตรการ​อนุรักษ์​พลังงาน​ให้​เหมาะสม​กับ​การ​เติบโต​ของ​องค์กร โดย​สามารถ​สรุป​ผล​การ​ดำเนิน​งาน​ได้​ดังนี้

ปี 2566

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม​ด้าน​พลังงาน​ไฟฟ้า: 820,679.46 บาท
  • ปริมาณ​การ​จัด​ซื้อ​พลังงาน​ไฟฟ้า: 126,258.38 กิโล​วัตต์-ชั่วโมง (kWh)

ปี 2567

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม​ด้าน​พลังงาน​ไฟฟ้า: 1,096,504.50 บาท
  • ปริมาณ​การ​จัด​ซื้อ​พลังงาน​ไฟฟ้า: 168,693.00 กิโล​วัตต์-ชั่วโมง (kWh)

ปี 2568

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม​ใน​การ​ใช้​ไฟฟ้า: 1,122,393.50 บาท
  • ปริมาณ​การ​ใช้​ไฟฟ้า: 172,676.00 กิโล​วัตต์-ชั่วโมง (kWh)

บท​สรุป​ผล​การ​ดำเนิน​งาน

จาก​การ​ติดตาม​ผล​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​ใน​ช่วง 3 ปี​ที่​ผ่าน​มา พบ​ว่า​ใน​ปี 2568 ปริมาณ​การ​ใช้​พลังงาน​ไฟฟ้า​และ​ค่า​ใช้​จ่าย​ด้าน​พลังงาน​มี​แนวโน้ม​เพิ่ม​ขึ้น​เล็กน้อย เมื่อ​เทียบ​กับ​ปี​ก่อน​หน้า ทั้งนี้ การ​เพิ่ม​ขึ้น​ดัง​กล่าว​มี​สาเหตุ​หลัก​จาก​การ ปรับ​เปลี่ยน​ระบบ​ปรับอากาศ​ให้​เหมาะสม​กับ​พื้นที่​และ​จำนวน​พนักงาน จึง​ทำให้​ค่า​ไฟ​เพิ่ม​ขึ้น​เล็กน้อย ส่ง​ผล​ให้​มี​การ​ใช้​งาน​พื้นที่​สำนัก​งาน​และ​อุปกรณ์​ไฟฟ้า​มาก​ขึ้น​ตาม​การ​เติบโต​ของ​องค์กร

อย่างไรก็ตาม บริษัท​ฯ ยัง​คง​ดำเนิน​มาตรการ​บริหาร​จัดการ​พลังงาน​อย่าง​ต่อ​เนื่อง โดย​มุ่ง​เน้น​การ​ใช้​พลังงาน​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ การ​รณรงค์​ให้​พนักงาน​ตระหนัก​ถึง​การ​ประหยัด​พลังงาน และ​การ​ปรับปรุง​อุปกรณ์​ให้​มี​ประสิทธิภาพ​สูง​ขึ้น เพื่อ​ควบคุม​ต้นทุน​และ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม ควบ​คู่​กับ​การ​สนับสนุน​การ​เติบโต​ทาง​ธุรกิจ​อย่าง​สมดุล​และ​ยั่งยืน

การจัดการพลังงาน : การใช้ไฟฟ้า

2566 2567 2568
ปริมาณการใช้ไฟฟ้ารวม (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 126,258.38 168,693.00 172,676.00
ปริมาณการซื้อไฟฟ้ามาใช้ (กิโลวัตต์-ชั่วโมง) 126,258.38 168,693.00 172,676.00

แผนการ​ลด​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง

บริษัท​ฯ ให้​ความ​สำคัญ​กับ​การ​ลด​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​ทรัพยากร ลด​ต้นทุน​การ​ดำเนิน​งาน และ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม โดย​กำหนด​แผนการ​ดำเนิน​งาน​อย่าง​เป็น​ระบบ ดังนี้

วัตถุ​ประสงค์:

  • เพื่อ​ลด​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง​ใน​กิจกรรม​ต่างๆ ของ​องค์กร
  • เพื่อ​ส่งเสริม​การ​ใช้​ทรัพยากร​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ​และ​เป็น​มิตร​ต่อ​สิ่งแวดล้อม

เป้าหมาย :

  • ลด​ปริมาณ​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง​ลง​ไม่​น้อย​กว่า ร้อย​ละ 5 ใน​ปี 2568 เมื่อ​เทียบ​กับ​ปี 2567

มาตรการ​ดำเนิน​การ

  • ส่งเสริม​การ​วาง​แผนการ​เดินทาง​อย่าง​มี​ประสิทธิภาพ โดย​บูรณาการเส้น​ทางการ​เดินทาง​ของ​พนักงาน​ที่​ต้อง​ส่ง​เอกสาร​หรือ​ปฏิบัติ​งาน​ภายนอก เพื่อ​ลด​จำนวน​เที่ยว​การ​เดินทาง ลด​การ​ใช้​เชื้อเพลิง และ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก
  • ส่งเสริม​การ​ใช้​พลังงาน​ทาง​เลือก​และ​ยาน​พาหนะ​ที่​เป็น​มิตร​ต่อ​สิ่งแวดล้อม อาทิ การ​ทยอย​ปรับ​เปลี่ยน​ยาน​พาหนะ​ของ​องค์กร​ไป​สู่​รถยนต์​ไฟฟ้า (และ​รถยนต์​พลังงาน​ไฮบริ​ด พร้อม​ทั้ง​สนับสนุน​การ​ใช้​พลังงาน​สะอาด เพื่อ​ลด​การ​พึ่ง​พา​เชื้อเพลิงฟอสซิล เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​ด้าน​พลังงาน และ​สนับสนุน​การ​เปลี่ยน​ผ่าน​สู่​สังคม​คาร์บอน​ต่ำ
  • ตรวจ​สอบ​และ​บำรุง​รักษา​ยาน​พาหนะ​อย่าง​สม่ำเสมอ อาทิ การ​ตรวจ​เช็ค​ลม​ยาง การ​เปลี่ยน​น้ำมันเครื่อง และ​การ​ตรวจ​สภาพ​รถ​ตาม​ระยะ​เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​น้ำมัน ลด​การ​สิ้น​เปลือง​เชื้อเพลิง และ​ยืด​อายุ​การ​ใช้​งาน​ของ​ยาน​พาหนะ

การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง

บริษัท​ฯ ดำเนิน​การ​ติดตาม​และ​บริหาร​จัดการ​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง​อย่าง​ต่อ​เนื่อง เพื่อ​ควบคุม​ต้นทุน​การ​ดำเนิน​งาน​และ​ลด​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​สิ่งแวดล้อม โดย​มี​การ​เก็บ​รวบรวม​ข้อมูล​ทั้ง​ด้าน​ปริมาณ​การ​ใช้​งาน​และ​ค่า​ใช้​จ่าย พร้อม​ทั้ง​กำหนด​มาตรการ​เพื่อ​เพิ่ม​ประสิทธิภาพ​การ​ใช้​ทรัพยากร​ภายใน​องค์กร​อย่าง​เป็น​ระบบ ซึ่ง​สามารถ​สรุป​ผล​การ​ดำเนิน​งาน​ใน​ช่วง 3 ปี​ที่​ผ่าน​มา​ได้​ดังนี้

ปี 2566

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม: 755,832.60 บาท
  • ปริมาณ​การ​ใช้​น้ำมัน: 18,024.72 ลิตร

ปี 2567

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม: 608,268.30 บาท
  • ปริมาณ​การ​ใช้​น้ำมัน: 14,505.68 ลิตร

ปี 2568

  • ค่า​ใช้​จ่าย​รวม: 423,323.50 บาท
  • ปริมาณ​การ​ใช้​น้ำมัน: 10,691.09 ลิตร

บท​สรุป​ผล​การ​ดำเนิน​งาน

จาก​ข้อมูล​ใน​ช่วง 3 ปี​ที่​ผ่าน​มา บริษัท​ฯ สามารถ​ลด​ทั้ง​ค่า​ใช้​จ่าย​และ​ปริมาณ​การ​ใช้​น้ำมัน​และ​เชื้อเพลิง​ลง​อย่าง​ต่อ​เนื่อง สะท้อน​ถึง​ประสิทธิผล​ของ​มาตรการ​บริหาร​จัดการ​พลังงาน อาทิ การ​วาง​แผน​เส้นทาง​การ​เดินทาง​อย่าง​เหมาะสม การ​บำรุง​รักษา​ยาน​พาหนะ​อย่าง​สม่ำเสมอ และ​การ​ส่งเสริม​การ​ใช้​พลังงาน​ทาง​เลือก เช่น การ​ทยอย​เปลี่ยน​มา​ใช้​รถยนต์​ไฟฟ้า (EV) ใน​บาง​ส่วน ซึ่ง​แนวโน้ม​การ​ลด​ลง​ดัง​กล่าว​ช่วย​สนับสนุน​การ​ลด​ต้นทุน​การ​ดำเนิน​งาน ควบ​คู่​กับ​การ​ลด​การ​ปล่อย​ก๊าซ​เรือน​กระจก และ​สอดคล้อง​กับ​เป้าหมาย​ด้าน​การ​อนุรักษ์​พลังงาน​และ​การ​ดำเนิน​ธุรกิจ​อย่าง​ยั่งยืน​ของ​บริษัท​ฯ ใน​ระยะ​ยาว

การจัดการพลังงาน : การใช้เชื้อเพลิง

2566 2567 2568
น้ำมันเบนซิน (ลิตร) 18,024.72 14,505.68 10,691.09