บริษัทฯ ให้ความสำคัญต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี และเชื่อมั่นว่าการกำกับดูแลกิจการที่มีประสิทธิภาพเป็นรากฐานสำคัญในการสนับสนุนให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทเติบโตอย่างมั่นคง โปร่งใส และยั่งยืนในระยะยาว บริษัทฯ จึงยึดถือ “หลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี สำหรับบริษัทจดทะเบียน ปี 2560 (Corporate Governance Code: CG Code)” ซึ่งจัดทำ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เป็นแนวทางหลักในการกำหนดนโยบาย แนวปฏิบัติ และการดำเนินงานของบริษัทฯ
บริษัทฯ ได้จัดทำนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมทางธุรกิจเป็นลายลักษณ์อักษร และได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการบริษัท โดยนโยบายดังกล่าวได้รับการจัดทำให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์การประเมินการกำกับดูแลกิจการที่ดีทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ข้อแนะนำของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ตลอดจนบริบทและลักษณะการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายด้านความยั่งยืน การสร้างมูลค่าเพิ่มสูงสุดแก่ผู้ถือหุ้น และการคำนึงถึงประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนอย่างสมดุล
นโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมทางธุรกิจมีผลบังคับใช้กับบริษัทฯ และบริษัทย่อยทุกแห่ง โดยบริษัทฯ คาดหวังให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับยึดถือและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังส่งเสริมและสนับสนุนให้คู่ค้าและคู่ธุรกิจปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ และหลักจริยธรรมทางธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนยึดมั่นในหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี เพื่อร่วมกันเสริมสร้างความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่าทางธุรกิจ
บริษัทฯ ได้กำหนดให้มีการทบทวนนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดีและจริยธรรมทางธุรกิจ รวมถึงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลกิจการที่ดี อาทิ นโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน และนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายใน อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มีความเหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับกฎหมาย กฎระเบียบ และแนวปฏิบัติที่ดีในปัจจุบัน
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สื่อสารนโยบายดังกล่าวให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างครอบคลุมครบถ้วน (ร้อยละ 100) โดยกำหนดให้มีการรับทราบและลงนามยืนยันการปฏิบัติตาม พร้อมทั้งจัดให้มีการอบรมและการสื่อสารอย่างสม่ำเสมอผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น กระบวนการปฐมนิเทศ (Induction/Orientation) ระบบ Intranet จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail) และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
บริษัทฯ มีการกำกับติดตามให้เกิดการปฏิบัติตามนโยบายด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างต่อเนื่อง โดยครอบคลุมประเด็นสำคัญ เช่น จริยธรรมทางธุรกิจ การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การใช้ข้อมูลภายใน และการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน ทั้งนี้ ในปี 2568 บริษัทฯ ไม่พบกรณีการฝ่าฝืนนโยบายดังกล่าวของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน
สาระสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัทฯ แบ่งออกเป็น 8 หลักปฏิบัติ ดังนี้
หลักปฏิบัติ 1 ตระหนักถึงบทบาทและความรับผิดชอบของคณะกรรมการบริษัท ในฐานะผู้นำองค์กรที่สร้างคุณค่าให้แก่กิจการอย่างยั่งยืน
หลักปฏิบัติ 2 กำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายหลักของกิจการที่เป็นไปเพื่อความยั่งยืน
หลักปฏิบัติ 3 เสริมสร้างคณะกรรมการบริษัทที่มีประสิทธิผล
หลักปฏิบัติ 4 สรรหาและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงและการบริหารบุคลากร
หลักปฏิบัติ 5 ส่งเสริมนวัตกรรมและการประกอบธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ
หลักปฏิบัติ 6 ระบบการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในที่เหมาะสม
หลักปฏิบัติ 7 รักษาความน่าเชื่อถือทางการเงินและการเปิดเผยข้อมูล
หลักปฏิบัติ 8 สนับสนุนการมีส่วนร่วมและการสื่อสารกับผู้ถือหุ้น
ลิงก์นโยบายและแนวปฏิบัติการกำกับดูแลกิจการฉบับเต็ม : https://investor.prtr.com/storage/content/corporate-governance/cg-policy/prtr-cg-policy-th.pdf
นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับคณะกรรมการ
การสรรหากรรมการ
คณะกรรมการบริษัทกำกับดูแลให้การสรรหาและคัดเลือกกรรมการเป็นไปตามกระบวนการที่โปร่งใส ชัดเจน และตรวจสอบได้ เพื่อให้ได้กรรมการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับขนาด ประเภท และความซับซ้อนของธุรกิจ รวมถึงสอดคล้องกับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและองค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทที่กำหนดไว้
วาระการดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยบริษัทกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการไว้ดังนี้
ในปี 2568 บริษัทไม่มีกรรมการอิสระท่านใด ดำรงตำแหน่งของกรรมการอิสระเกิน 9 ปี และในปีที่ผ่านมา บริษัทไม่มีกรรมการอิสระที่ดำรงตำแหน่งกรรมการเกิน 9 ปี ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าบริษัทมีการบริหารวาระกรรมการอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลกิจการที่ดี
ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่หลากหลาย สามารถนำความเชี่ยวชาญมาใช้ในการกำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานของบริษัท เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อธุรกิจของบริษัท คณะกรรมการยังคงมีความเป็นอิสระในการตัดสินใจเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัทและผู้ถือหุ้น รวมถึงทำหน้าที่กำกับดูแล ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการดำเนินงานของฝ่ายบริหารให้สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
ทั้งนี้ บริษัทมีคณะกรรมการจำนวนทั้งสิ้น 9 ท่าน ประกอบด้วยกรรมการจากฝ่ายบริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน ซึ่งมีสัดส่วนหนึ่งในสามของจำนวนกรรมการทั้งหมด อันเป็นการสร้างสมดุลและถ่วงดุลอำนาจในการบริหารงานของบริษัทอย่างเหมาะสม
การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ
ที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีอำนาจในการพิจารณาและอนุมัติโครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท โดยในการเสนอเรื่องค่าตอบแทนกรรมการต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล การพัฒนาอย่างยั่งยืน สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน ทำหน้าที่พิจารณากลั่นกรอง เพื่อให้โครงสร้างและอัตราค่าตอบแทนมีความเหมาะสมกับภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ และบทบาทของกรรมการแต่ละราย
ทั้งนี้ การกำหนดค่าตอบแทนดังกล่าวมุ่งให้เกิดความเหมาะสมและเป็นธรรม สามารถจูงใจให้คณะกรรมการบริษัทปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสนับสนุนการนำพาองค์กรให้บรรลุเป้าหมายการดำเนินงานทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างยั่งยืน
ความเป็นอิสระของคณะกรรมการจากฝ่ายจัดการ
บริษัทฯ มีโครงสร้างการบริหารจัดการที่กำหนดให้มีการแบ่งแยกอำนาจ หน้าที่ และความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการชุดย่อย และฝ่ายบริหารอย่างชัดเจน โดยได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่ไว้ในกฎบัตรคณะกรรมการและกฎบัตรของคณะกรรมการชุดย่อยแต่ละคณะเป็นลายลักษณ์อักษร และเปิดเผยต่อสาธารณชน เพื่อเป็นกลไกในการถ่วงดุลอำนาจ เสริมสร้างความโปร่งใส และประสิทธิภาพในการกำกับดูแลกิจการ
ทั้งนี้ คณะกรรมการบริษัทมีหน้าที่กำหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม กลยุทธ์ และเป้าหมายระยะยาวของบริษัท รวมถึงกำกับดูแล ติดตาม และประเมินผลการปฏิบัติงานของฝ่ายบริหารให้เป็นไปตามนโยบายและทิศทางที่กำหนด ขณะที่ฝ่ายบริหารมีหน้าที่บริหารงานประจำให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บรรลุผลตามนโยบาย วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยม กลยุทธ์ และเป้าหมายของบริษัท ตลอดจนรายงานผลการดำเนินงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างสม่ำเสมอ
การพัฒนากรรมการ
คณะกรรมการบริษัทกำกับดูแลให้กรรมการทุกท่านมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาท หน้าที่ และความรับผิดชอบของกรรมการ ลักษณะการประกอบธุรกิจของบริษัทฯ กฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง มาตรฐานด้านความเสี่ยง ตลอดจนสนับสนุนให้กรรมการได้รับการเสริมสร้างทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ โดยมอบหมายให้คณะกรรมการบรรษัทภิบาล การพัฒนาอย่างยั่งยืน สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน จัดทำแผนการพัฒนากรรมการ เพื่อพัฒนาศักยภาพของกรรมการปัจจุบันและกรรมการเข้าใหม่ให้มีความเข้าใจในธุรกิจของบริษัทฯ บทบาทหน้าที่ของกรรมการ และพัฒนาการที่สำคัญต่าง ๆ อย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง
การประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ
บริษัทฯ กำหนดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท ทั้งในรูปแบบ การประเมินผลทั้งคณะและรายบุคคล รวมถึงการประเมินผลการ ปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการชุดย่อย ปีละ 1 ครั้ง ผลการประเมินจะถูกนำมาใช้เป็นแนวทางในการ ทบทวนการปฏิบัติหน้าที่ ระบุปัญหาและอุปสรรคใน การดำเนินงานในปีที่ผ่านมา รวมถึงใช้เป็นแนวทางในการ พัฒนา แก้ไข และปรับปรุง การทำงานให้มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ และ การพิจารณา ความเหมาะสมขององค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัทและคณะกรรมการชุดย่อย จะได้รับการประเมินและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan)
บริษัทฯ ได้จัดทำแผนสืบทอดตำแหน่ง (Succession Plan) สำหรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มผู้บริหารระดับสูง และผู้บริหารในตำแหน่งสำคัญ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การวางแผนทรัพยากรมนุษย์ของบริษัทฯ เพื่อสร้างความพร้อมในการบริหารจัดการองค์กรในกรณีที่ผู้บริหารไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือครบวาระการดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้ เพื่อให้การดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยเป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ
โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทฯ มีโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการบริษัทฯ ซึ่งดำเนินการภายในขอบเขตของกฎหมาย วัตถุประสงค์ ข้อบังคับของบริษัทฯ มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการบริษัทฯ ได้จัดตั้งคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 3 คณะ ได้แก่ คณะกรรมการบรรษัทภิบาล การพัฒนาอย่างยั่งยืน สรรหา และพิจารณาค่าตอบแทน คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง และคณะกรรมการบริหาร โดยมีประธานเจ้าหน้าที่บริหารเป็นผู้บริหารสูงสุดของบริษัทฯ บริหารจัดการภายใต้ฝ่ายต่างๆ
แผนภาพโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568
รูปแผนภาพโครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ

โครงสร้างการกำกับดูแลกิจการ
ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการ
โครงสร้างคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วยกรรมการในจำนวนที่เหมาะสมกับขนาดและกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัท โดยต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทต้องประกอบด้วยกรรมการอิสระในสัดส่วนไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 3 คน ทั้งนี้ กรรมการอิสระต้องมีคุณสมบัติเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด
บริษัทฯ ได้กำหนดนโยบายด้านโครงสร้างคณะกรรมการที่ให้ความสำคัญกับความหลากหลายของคุณสมบัติ อันครอบคลุมถึงทักษะวิชาชีพ ประสบการณ์ ความสามารถ คุณลักษณะ ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน รวมถึงความหลากหลายด้านเพศ อายุ เชื้อชาติ และสัญชาติ เพื่อสนับสนุนการบรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์กร โดยบริษัทฯ ได้กำหนดและจัดทำการประเมินความหลากหลายด้านทักษะ ความรู้ และความชำนาญของคณะกรรมการ (Board Skills Matrix) และให้มีการทบทวนอย่างน้อย ปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าคณะกรรมการบริษัทโดยรวมมีคุณสมบัติเหมาะสม สามารถกำกับดูแลกิจการ ตลอดจนเข้าใจและตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ตระหนักถึงบทบาทและการมีส่วนร่วมที่สำคัญของผู้หญิงในคณะกรรมการบริษัท และส่งเสริมการสรรหาบุคคลเพศหญิงเพื่อเข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ โดยกำหนดให้มีกรรมการเพศหญิงอย่างน้อย 1 คน
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 บริษัทมีคณะกรรมการบริษัททั้งสิ้น 9 คน โดยในจำนวนนี้เป็นกรรมการอิสระ 3 คน ซึ่งมีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์กำหนด รวมถึงมีกรรมการที่เป็นผู้หญิงจำนวน 3 คน แสดงถึงความหลากหลายด้านเพศในระดับที่เหมาะสม
คณะกรรมการบริษัทมีความหลากหลายในหลายมิติ ได้แก่ เพศ สัญชาติ เชื้อชาติ อายุ ประวัติการศึกษา ประสบการณ์การทำงาน ทักษะ และองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ คณะกรรมการได้มีการทบทวนตารางแสดงความรู้ความชำนาญของคณะกรรมการ (Board Skills Matrix) เป็นประจำทุกปี รวมถึงจัดให้มีการประเมินความรู้และความเชี่ยวชาญของกรรมการแต่ละท่าน
จากผลการประเมิน พบว่า กรรมการบริษัททุกท่านมีความรู้ ความสามารถ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สอดคล้องกับลักษณะธุรกิจของบริษัท ซึ่งสะท้อนผ่าน Board Skills Matrix และช่วยสนับสนุนการกำกับดูแลกิจการให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
องค์ประกอบของคณะกรรมการบริษัท
| จำนวน (คน) | ร้อยละ (%) | |
|---|---|---|
| กรรมการรวม | 9 | 100.00 |
| กรรมการชาย | 6 | 66.67 |
| กรรมการหญิง | 3 | 33.33 |
| กรรมการที่เป็นผู้บริหาร | 5 | 55.56 |
| กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร | 4 | 44.44 |
| กรรมการอิสระ | 3 | 33.33 |
| กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารและ ไม่มีตำแหน่งกรรมการอิสระ | 1 | 11.11 |
รูปภาพรายชื่อคณะกรรมการบริษัท

รายชื่อกรรมการ จำแนกตามตำแหน่ง
| รายชื่อกรรมการ | ตำแหน่ง | กรรมการที่เป็นผู้บริหาร | กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร | กรรมการอิสระ | กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และไม่มีตำแหน่งกรรมการอิสระ | กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม ผูกพันบริษัทตามหนังสือรับรอง |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1. นาย นิพนธ์ บุญเดชานันทน์ | ประธานกรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 2. นาย ลักษณ์ เด่นดี | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 3. นางสาว ริศรา เจริญพานิช | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 4. นางสาว อรดี เกตุทวี | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 5. นาย ชาญ อิทธิถาวร | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 6. นาย ภัคพงศ์ รัตนประไพ | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 7. นางสาว นริตา อดุลย์แก้วผลึก | กรรมการ | ✓ | ||||
| 8. นาย เมธา อังวัฒนพานิช | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| 9. นาย เอกลักษณ์ หวังชูเชิดกุล | กรรมการ | ✓ | ✓ | |||
| รวม (คน) | 5 | 4 | 3 | 1 | 4 |
ภาพรวมทักษะและความชำนาญของกรรมการ
| ทักษะและความชำนาญ | จำนวน (คน) | ร้อยละ (%) |
|---|---|---|
| 1. เศรษฐศาสตร์ | 1 | 11.11 |
| 2. เงินทุนและหลักทรัพย์ | 1 | 11.11 |
| 3. กฎหมาย | 1 | 11.11 |
| 4. การตลาด | 3 | 33.33 |
| 5. บัญชี | 2 | 22.22 |
| 6. การเงิน | 2 | 22.22 |
| 7. การจัดการทรัพยากรมนุษย์ | 4 | 44.44 |
| 8. ความยั่งยืน | 1 | 11.11 |
| 9. การจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ | 2 | 22.22 |
| 10. การจัดการข้อมูล | 1 | 11.11 |
| 11. การจัดการองค์กร | 3 | 33.33 |
| 12. วิศวกรรม | 1 | 11.11 |
| 13. ผู้นำ | 3 | 33.33 |
| 14. การจัดการกลยุทธ์ | 6 | 66.67 |
| 15. การจัดการความเสี่ยง | 2 | 22.22 |
| 16. ตรวจสอบภายใน | 3 | 33.33 |
| 17. การจัดทำงบประมาณ | 1 | 11.11 |
| 18. บรรษัทภิบาล/ การกำกับดูแล | 1 | 11.11 |
| 19. บริหารธุรกิจ | 7 | 77.78 |
ความรู้ ความชำนาญ หรือประสบการณ์เฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
ความหลากหลายของโครงสร้างคณะกรรมการ
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบายด้านความหลากหลายของโครงสร้างคณะกรรมการ (Board Diversity Policy) โดยให้ความสำคัญกับความหลากหลายทั้งในด้านเพศ อายุ ทักษะ ประสบการณ์ และความเชี่ยวชาญในสาขาที่จำเป็นต่อการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยบริษัทฯ ใช้กรอบการประเมินสมรรถนะของคณะกรรมการ (Skill Matrix) เพื่อให้มั่นใจว่าคณะกรรมการประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ที่ครอบคลุมในด้านสำคัญ อาทิ การจัดการข้อมูล การจัดการองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐศาสตร์ บัญชี การเงิน การบริหารจัดการและบริหารธุรกิจ เป็นต้น
ทั้งนี้ กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารของบริษัทฯ ทุกท่านล้วนมีประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัทฯ และมีความเข้าใจในอุตสาหกรรมที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจเป็นอย่างดี ช่วยให้การกำกับดูแลและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และเป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี
นอกจากนี้คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมความหลากหลายทางเพศในโครงสร้างคณะกรรมการ โดยตระหนักว่าความหลากหลายทางเพศช่วยเพิ่มมุมมองที่รอบด้านสนับสนุนการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และเสริมสร้างการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างยั่งยืน
ปัจจุบัน บริษัทมีสัดส่วนกรรมการหญิงคิดเป็นร้อยละ 33 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด และคณะกรรมการบริษัทมีความมุ่งมั่นที่จะ คงสัดส่วนกรรมการหญิงในระดับดังกล่าวในอนาคต และพิจารณาเพิ่มสัดส่วนกรรมการหญิงเมื่อมีโอกาสที่เหมาะสม โดยจะมีการทบทวนเป็นประจำทุกปีผ่านการพิจารณาสรรหาและแต่งตั้งกรรมการ รวมถึง จะดำเนินการบนพื้นฐานของคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ และความเหมาะสมกับธุรกิจของบริษัท โดยไม่เลือกปฏิบัติทางเพศ

ตารางแสดงทักษะ ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ของคณะกรรมการบริษัท
ข้อมูลเกี่ยวกับคณะกรรมการอื่นๆ
ประธานกรรมการและผู้บริหารสูงสุดเป็นบุคคลเดียวกัน : ไม่ใช่
ประธานกรรมการเป็นกรรมการอิสระ : ใช่
ประธานกรรมการและผู้บริหารสูงสุดเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน : ไม่ใช่
ประธานกรรมการเป็นสมาชิกในคณะกรรมการบริหาร หรือคณะทำงาน : ไม่ใช่
บริษัทแต่งตั้งกรรมการอิสระอย่างน้อยหนึ่งคนเพื่อกำหนดวาระ การประชุมคณะกรรมการ : ใช่
มาตรการถ่วงดุลอำนาจระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ
มาตรการถ่วงดุลอำนาจระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ : มี
วิธีการถ่วงดุลอำนาจระหว่างคณะกรรมการและฝ่ายจัดการ : การแต่งตั้งกรรมการอิสระคนหนึ่ง ร่วมพิจารณากำหนดวาระการประชุมคณะกรรมการ
บริษัทฯ ตระหนักถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนด จรรยาบรรณธุรกิจ ข้อพึงปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย และแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมและจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ โดยถือเป็นภาระหน้าที่และความรับผิดชอบร่วมกัน เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนของบริษัทฯ ในระยะยาว
บริษัทฯ ได้กำหนดให้มี การทบทวนจรรยาบรรณธุรกิจและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มีความเหมาะสม ทันสมัย และสอดคล้องกับกฎหมาย ข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง แนวปฏิบัติที่ดีตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของบริบททางธุรกิจ
นอกจากนี้ บริษัทฯ ได้ดำเนินการ สื่อสาร เผยแพร่ และจัดให้มีการอบรมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจแก่กรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างครอบคลุม 100% อย่างสม่ำเสมอ ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ กระบวนการปฐมนิเทศ (Orientation/Induction) ระบบ Intranet และเว็บไซต์ของบริษัทฯ ซึ่งมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถยึดถือและนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
ในปี 2568 บริษัทได้มีการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการปฏิบัติตามจรรยาบรรณขององค์กรอย่างเคร่งครัด โดย ไม่พบกรณีการกระทำผิดจริยธรรมและจรรยาบรรณขององค์กร ไม่ว่าจะเป็นจากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานระดับใด ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงประสิทธิผลของการบริหารจัดการด้านจริยธรรม ความโปร่งใส และวัฒนธรรมองค์กรที่ดี
หลักการดำเนินธุรกิจตามจรรยาบรรณ
หลักการที่ 1 ความซื่อสัตย์ (Integrity)
บริษัทฯ เชื่อมั่นว่าการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรมต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม อาทิ ลูกค้า คู่ค้า ลูกหนี้ เจ้าหนี้ ผู้สมัครงาน (Candidate) ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ จะช่วยสร้างความศรัทธา ความเชื่อถือ และความไว้วางใจต่อบริษัทฯ ในระยะยาว โดยกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนต้องยึดถือความซื่อสัตย์เป็นหลักสำคัญในการตัดสินใจและการปฏิบัติงาน
หลักการที่ 2 การปฏิบัติตามกฎหมายและข้อกำหนด (Compliance)
บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจภายใต้กรอบกฎหมาย ข้อบังคับ และข้อกำหนดของหน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยจัดให้มีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานและกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งนี้ การปฏิบัติตามกฎหมายอยู่ภายใต้การตรวจสอบของผู้ตรวจสอบภายใน และการสอบทานของคณะกรรมการตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ
หลักการที่ 3 การรักษาความลับและข้อมูล (Confidentiality)
บริษัทฯ เคารพสิทธิของเจ้าของข้อมูล และให้ความสำคัญกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลที่เป็นความลับของบริษัทฯ ลูกค้า คู่ค้า พนักงาน และผู้มีส่วนได้เสีย โดยจะเก็บรักษาข้อมูลดังกล่าวอย่างเหมาะสม ไม่เปิดเผย ใช้ หรือส่งต่อข้อมูลโดยมิชอบ เว้นแต่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือได้รับความยินยอมอย่างถูกต้อง
หลักการที่ 4 ความสามารถและความรับผิดชอบในหน้าที่ (Competency & Responsibility)
บริษัทฯ ตระหนักถึงความสำคัญของความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ที่เหมาะสมในการปฏิบัติงานของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นมืออาชีพ และสอดคล้องกับความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายบริษัทฯ สนับสนุนการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพการดำเนินงานและตอบสนองต่อความคาดหวังของผู้มีส่วนได้เสีย
นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ : https://investor.prtr.com/storage/content/corporate-governance/code-of-conduct/prtr-code-of-conduct-and-business-ethics-of-the-company-th.pdf
นโยบายและแนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ แนวปฏิบัติที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ :
การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์, การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน, การแจ้งเบาะแสและคุ้มครองผู้ร้องเรียน, การป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์, การป้องกันการฟอกเงิน, การให้หรือรับของขวัญ การบันเทิง หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ, การปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎระเบียบต่าง ๆ, การใช้และรักษาข้อมูลและทรัพย์สิน, การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม, การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ, การจัดการสิ่งแวดล้อม, สิทธิมนุษยชน, ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน, แนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ
การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และมุ่งคำนึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกลุ่มบริษัทเป็นสำคัญ โดย “ความขัดแย้งทางผลประโยชน์” หมายถึง สถานการณ์ที่ผลประโยชน์ส่วนตนหรือผลประโยชน์ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นผลประโยชน์ทางการเงิน ความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือผลประโยชน์อื่นใด อาจมีผลกระทบต่อการใช้ดุลยพินิจหรือการตัดสินใจในการปฏิบัติหน้าที่ และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อบริษัทฯ
บริษัทฯ กำหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และมีความรับผิดชอบต่อบริษัทฯ โดยต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของบริษัทฯ เป็นหลัก และหลีกเลี่ยงการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงห้ามใช้อำนาจหน้าที่ อิทธิพล หรือสถานะความรับผิดชอบเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตนหรือพวกพ้อง ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้กรรมการของบริษัทฯ บริษัทย่อย และผู้บริหาร ต้องรายงานการมีส่วนได้เสียของตนเองและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 89/14 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 โดยให้รายงานเมื่อเริ่มเข้าดำรงตำแหน่งเป็นครั้งแรก และ/หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลให้แก่เลขานุการบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 เพื่อสามารถใช้ข้อมูลดังกล่าวในการตรวจสอบ และป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ บุคลากรของบริษัทฯ ต้องไม่ประกอบธุรกิจที่มีลักษณะเป็นการแข่งขัน หรืออาจก่อให้เกิดผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มบริษัท และต้องไม่ใช้ข้อมูลภายใน หน้าที่ หรืออำนาจที่ได้รับจากบริษัทฯ ในการแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว รวมถึงไม่ดำรงตำแหน่งภายนอกที่อาจกระทบต่อความเป็นอิสระหรือประสิทธิภาพในการทำงาน เว้นแต่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้บังคับบัญชาตามที่บริษัทฯ กำหนด
หากเกิดสถานการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์ บริษัทฯ กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลอย่างครบถ้วน โปร่งใส และพิจารณาแก้ไขอย่างเป็นอิสระ ภายใต้หลักจริยธรรมทางธุรกิจและหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี โดยยึดถือประโยชน์ของบริษัทฯ และผู้มีส่วนได้เสียเป็นสำคัญ
การดำเนินรายการที่เกี่ยวโยงกัน
ในกรณีที่จำเป็นต้องดำเนินรายการที่เกี่ยวโยงกัน บริษัทฯ กำหนดให้รายการดังกล่าวต้องเป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป ภายใต้หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการบริษัทอนุมัติด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เสมือนเป็นการทำธุรกิจกับบุคคลภายนอก โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของบริษัทฯ เป็นหลัก ทั้งนี้ บุคคลที่มีส่วนได้เสียจะต้องงดเว้นการเข้าร่วมพิจารณาและการลงมติในรายการที่ตนเกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
สำหรับรายการที่เกี่ยวโยงกันที่มีนัยสำคัญ หรือรายการที่ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการค้าทั่วไป บริษัทฯ กำหนดให้ต้องผ่านการสอบทานและได้รับความเห็นจากคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง ก่อนเสนอขออนุมัติจากคณะกรรมการบริษัทหรือที่ประชุมผู้ถือหุ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดเผยข้อมูลสารสนเทศที่สำคัญอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และเป็นปัจจุบันตามที่กฎหมายกำหนด
การกำกับติดตามและผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ติดตามและกำกับดูแลการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์อย่างต่อเนื่อง โดยมีการดำเนินการที่สำคัญ ดังนี้
ทั้งนี้ ตลอดปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทฯ ไม่พบข้อร้องเรียนหรือการฝ่าฝืนนโยบายการจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ของกรรมการและผู้บริหาร
การสื่อสารและการอบรม
ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการสื่อสาร เผยแพร่ และจัดให้มีการอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างครบถ้วน (100%) และต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการอบรมสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจน พนักงานใหม่ ผ่านการปฐมนิเทศ (Orientation/Induction)
ตลอดจนบริษัทฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ Intranet และเว็บไซต์ภายในองค์กร ซึ่งได้รับการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลสำคัญแก่พนักงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ อีเมล (E-mail) แอปพลิเคชัน Line และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถยึดถือ ปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
ลิงก์การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-conflict-of-interest-policy-th.pdf
การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
บริษัทมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจตามหลักบรรษัทภิบาลที่ดีและจรรยาบรรณทางธุรกิจ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย โดยบริษัทได้กำหนด นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน เพื่อให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานยึดถือและปฏิบัติอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ บริษัทมีการทบทวนนโยบายดังกล่าวเป็นประจำทุกปี โดยในปี 2568 คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาทบทวนนโยบายฯ ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568
การทุจริตคอร์รัปชัน หมายถึง การแสวงหาประโยชน์ที่มิชอบด้วยกฎหมายเพื่อตนเองหรือผู้อื่นในทุกรูปแบบ ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งรวมถึงการให้หรือรับสินบน การช่วยเหลือทางการเมือง การบริจาค เงินสนับสนุน ของขวัญ ค่าเลี้ยงรับรอง หรือค่าใช้จ่ายอื่นใด โดยเฉพาะการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ความเสียหายต่อบริษัท เศรษฐกิจ และสังคม
กลุ่มบริษัทมีเจตนารมณ์ชัดเจนในการไม่ยอมรับการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ และไม่มีนโยบายลงโทษหรือกระทำการในทางลบต่อบุคลากรที่ปฏิเสธการทุจริต แม้ว่าการปฏิเสธดังกล่าวจะทำให้บริษัทสูญเสียโอกาสทางธุรกิจก็ตาม
กรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท ต้องปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด และต้องไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตไม่ว่ารูปแบบใด โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใส ความซื่อสัตย์สุจริต และการปฏิบัติตามกฎหมายในการติดต่อทำธุรกรรมกับคู่ค้า หน่วยงานภาครัฐ และผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้จากมาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันและช่องทางการแจ้งเบาะแสบนเว็บไซต์ของบริษัท รวมถึงแนวทางปฏิบัติที่กำหนดไว้ในระบบ Intranet
การกำกับติดตามและผลการดำเนินงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับติดตามการปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างต่อเนื่อง โดยกำหนดให้มีการติดตามและประเมินผลการบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริตคอร์รัปชันเป็นประจำเพื่อให้มั่นใจว่ามาตรการควบคุมภายในมีความเพียงพอ เหมาะสม และ สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัท
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด โดย ไม่พบกรณีการปฏิบัติที่ฝ่าฝืนนโยบาย และ ไม่พบเหตุการณ์ทุจริต (Fraud) จากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังไม่พบกรณีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารลาออกด้วยเหตุที่เกี่ยวข้องกับประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการ
ในปี 2568 บริษัทฯ ได้ดำเนินงานตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันอย่างเคร่งครัด โดยไม่พบกรณีการกระทำที่ฝ่าฝืนนโยบายดังกล่าว และไม่พบเหตุการณ์การทุจริต (Fraud) จากกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัทฯ แต่อย่างใด นอกจากนี้ ยังไม่มีกรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหารลาออกด้วยเหตุอันเกี่ยวข้องกับประเด็นด้านการกำกับดูแลกิจการของบริษัทฯ
บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์ โปร่งใส ผ่านมาตรการสนับสนุนต่าง ๆ ได้แก่
บริษัทฯ จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและปรับปรุงมาตรการกำกับดูแลและการควบคุมภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
การสื่อสารและการอบรม
บริษัทได้ดำเนินการสื่อสารและเผยแพร่นโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับรับทราบอย่างทั่วถึง ผ่านช่องทางต่าง ๆ อาทิ เว็บไซต์ของบริษัท ระบบ Intranet และเอกสารภายในองค์กร โดยมีการปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบันอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากนี้ บริษัทได้จัดให้มีการอบรมเพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันแก่พนักงานทุกระดับอย่างต่อเนื่อง โดยบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการปฐมนิเทศ (Orientation / Induction) และการอบรมทบทวนสำหรับพนักงานปัจจุบัน ผ่านหลักสูตร PRTR Compliance Essentials: PDPA, Anti-Corruption & IT Security ประจำปี
ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการสื่อสาร เผยแพร่ และจัดให้มีการอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างครบถ้วน (100%) และต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการอบรมสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจน พนักงานใหม่ ผ่านการปฐมนิเทศ (Orientation/Induction)
ตลอดจนบริษัทฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ Intranet และเว็บไซต์ภายในองค์กร ซึ่งได้รับการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลสำคัญแก่พนักงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ อีเมล (E-mail) แอปพลิเคชัน Line และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร เพื่อสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการสร้างความตระหนักรู้ และส่งเสริมให้บุคลากรมีความเข้าใจ สามารถปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และนำไปใช้ในการดำเนินงานได้อย่างเป็นรูปธรรม
บุคลากรของบริษัทฯ รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ จะต้องปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทฯ อย่างเคร่งครัด ตลอดจนไม่เข้าไปมีส่วนร่วมในการทุจริตคอร์รัปชันไม่ว่ารูปแบบใด ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและคำนึงถึงความซื่อสัตย์สุจริตในการติดต่อทำธุรกรรมกับคู่ค้า พนักงานเจ้าหน้าที่ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่อาจส่งผลต่อการกระทำที่ไม่เหมาะสม และขัดแย้งต่อนโยบายการต่อต้านทุจริตคอร์รัปชันของบริษัทฯ หรือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายว่าด้วยการทุจริตคอร์รัปชัน โปรดพิจารณารายละเอียดเพิ่มเติมใน มาตรการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชัน บนเว็บไซต์ของบริษัทฯ ที่ https://investor.prtr.com/th/corporate-governance/whistleblowing-channel#menu รวมถึง นโยบายบริหารความเสี่ยงด้านการทุจริต และแนวทางและขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ในระบบ Intranet ของบริษัทฯ
ลิงก์การต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-anti-corruption-policy-th.pdf
การแจ้งเบาะแสและคุ้มครองผู้ร้องเรียน
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยยึดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี มีนโยบายต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่ชัดเจน และยึดมั่นในการปฏิบัติตามจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างเคร่งครัด จึงได้กำหนด นโยบายว่าด้วยการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน เพื่อเป็นช่องทางในการรับแจ้งกรณีการทุจริต การละเมิดสิทธิ หรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือจรรยาบรรณทางธุรกิจของบริษัท จากพนักงานและผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม
ทั้งนี้ บริษัทมีกลไกในการคุ้มครองผู้ให้ข้อมูล (Whistleblower Protection) และให้ความสำคัญกับการเก็บรักษาข้อมูลข้อร้องเรียนเป็นความลับ เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร้องเรียน โดยบริษัทได้มอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง เป็นผู้ดูแลและกำหนดแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการบริหารจัดการเรื่องรองเรียนหรือข้อมูลเบาะแสที่ผ่านเข้ามาตามช่องทางที่กำหนด
ขั้นตอนการจัดการเบาะแสและข้อร้องเรียนกรณีทุจริตและละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจ
ช่องทางการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน
(กรณีทุจริต ละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจ หรือการละเมิดสิทธิมนุษยชน)
ช่องทางที่ 1
แจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนโดยตรงถึงประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง ผ่านเว็บไซต์บริษัท
เว็บไซต์: https://www.prtr.com
ช่องทางที่ 2
จดหมายอิเล็กทรอนิกส์ (E-mail)ถึง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยง E-mail: whistle-blowing@prtr.com
ช่องทางที่ 3
ทางไปรษณีย์ถึง ประธานคณะกรรมการตรวจสอบและบริหารความเสี่ยงบริษัท พีอาร์ทีอาร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)2034/82 อาคารอิตัลไทย ทาวเวอร์ ชั้น 18ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10320
การกำกับติดตามและผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการกำกับติดตามการทุจริตและการละเมิดจรรยาบรรณทางธุรกิจอย่างเข้มงวดครอบคลุมทุกขั้นตอน รวมถึงการพิจารณาเรื่องการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียนด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยมีการรายงานผลต่อคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยง ซึ่งประกอบด้วยกรรมการอิสระ เป็นประจำทุกไตรมาส
จากกระบวนการติดตามดังกล่าว ไม่พบข้อร้องเรียนหรือกรณีการทุจริตด้านการทุจริตคอร์รัปชั่นและการละเมิดจรรยาบรรณที่เกี่ยวข้องกับกรรมการ ผู้บริหาร หรือพนักงานของบริษัท ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายที่บริษัทได้กำหนดไว้ในการดำเนินงานอย่างโปร่งใสและมีธรรมาภิบาล
ลิงก์การแจ้งเบาะแสและคุ้มครองผู้ร้องเรียน : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-whistleblowing-and-complaint-policy-th.pdf
การป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์
กลุ่มบริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ต่อตนเองหรือผู้อื่น โดยถือว่าการใช้ข้อมูลภายในในการซื้อขายหลักทรัพย์เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
ข้อมูลภายใน หมายถึง ข้อมูลที่ยังมิได้เปิดเผยต่อสาธารณะ และอาจมีผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์หรือการตัดสินใจในการลงทุน ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัท รวมถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องปฏิบัติตามนโยบายป้องกันการใช้ข้อมูลภายในอย่างเคร่งครัด โดยต้องไม่ใช้ เปิดเผย หรือถ่ายทอดข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือบุคคลอื่น ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และต้องดูแลไม่ให้บุคคลที่มีความเกี่ยวข้อง เช่น คู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกระทำการฝ่าฝืนนโยบายดังกล่าว
บริษัทได้กำหนดนโยบายการใช้ข้อมูลภายใน โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
นอกจากนี้ กรรมการและผู้บริหารทุกคนรับทราบหน้าที่ในการรายงานการเปลี่ยนแปลงการถือครองหลักทรัพย์ รวมถึงคู่สมรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะกับบริษัทฯ ตลอดจนรายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และเลขานุการบริษัท ภายใน 3 วันทำการนับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง ตามมาตรา 59 แห่งพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535
การกำกับติดตามและผลการดำเนินงาน
ในปี 2568 บริษัทได้ปฏิบัติตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีอย่างครบถ้วน โดยเลขานุการบริษัทได้แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานที่เกี่ยวข้อง รับทราบถึงข้อกำหนด ระยะเวลางดซื้อขายหลักทรัพย์ และหน้าที่ในการรายงานการถือครองหลักทรัพย์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงรายงานข้อมูลดังกล่าวต่อคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำ
ทั้งนี้ ในปี 2568 ฝ่ายเลขานุการบริษัทจะแจ้งเป็น email ไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องให้ทราบช่วงระยะเวลา Black out Period ล่วงหน้า และไม่พบกรณีกรรมการหรือผู้บริหารฝ่าฝืนนโยบายการใช้ข้อมูลภายใน และบริษัทไม่ได้รับข้อร้องเรียนใดๆ เกี่ยวกับการใช้ข้อมูลภายในในทางมิชอบ
การสื่อสารและการอบรม
ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ดำเนินการสื่อสาร เผยแพร่ และจัดให้มีการอบรมเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายการป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างครบถ้วน (100%) และต่อเนื่อง โดยดำเนินการผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทั้งการอบรมสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร ตลอดจน พนักงานใหม่ ผ่านการปฐมนิเทศ (Orientation/Induction)
ตลอดจนบริษัทฯ ได้ส่งเสริมและพัฒนาความรู้เกี่ยวกับกฎเกณฑ์ นโยบาย และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องผ่านระบบ Intranet และเว็บไซต์ภายในองค์กร ซึ่งได้รับการปรับปรุงข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลสำคัญแก่พนักงานผ่านช่องทางต่าง ๆ ได้แก่ อีเมล (E-mail) แอปพลิเคชัน Line และสื่อประชาสัมพันธ์ภายในองค์กร เพื่อให้บุคลากรทุกระดับสามารถยึดถือ ปฏิบัติตามนโยบายได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน และเป็นรูปธรรม
ลิงก์การป้องกันการใช้ข้อมูลภายในเพื่อแสวงหาผลประโยชน์ : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-insider-information-policy-th.pdf
การป้องกันการฟอกเงิน
กลุ่มบริษัทให้ความสำคัญและยึดถือการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้กลุ่มบริษัทถูกนำไปใช้เป็นช่องทางหรือเครื่องมือในการฟอกเงินในทุกรูปแบบ
การฟอกเงิน หมายถึง การกระทำใด ๆ ที่มุ่งถ่ายเท ปกปิด หรืออำพรางแหล่งที่มาของทรัพย์สินที่ได้มาโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อทำให้ทรัพย์สินดังกล่าวเสมือนว่าได้มาจากการดำเนินธุรกิจหรือกิจกรรมที่ถูกต้องตามกฎหมาย
กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัทต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด โดยต้องใช้ความระมัดระวังในการดำเนินธุรกิจ การคัดเลือกคู่ค้า และการตรวจสอบประวัติ ความน่าเชื่อถือ และลักษณะการดำเนินธุรกิจของคู่ค้า เพื่อให้มั่นใจว่าการทำธุรกรรมเป็นไปโดยสุจริต โปร่งใส และไม่เข้าข่ายเป็นการฟอกเงินหรือสนับสนุนการฟอกเงิน
ทั้งนี้ บุคลากรของบริษัทฯ ต้องไม่รับโอน เปลี่ยนสภาพ หรือสนับสนุนการรับโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่มีแหล่งที่มาไม่ชอบด้วยกฎหมาย รวมถึงต้องหลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมหรือรูปแบบการชำระเงินที่ผิดปกติ ไม่โปร่งใส หรืออาจเข้าข่ายเป็นการฟอกเงิน หรือการกระทำที่ขัดต่อกฎหมายและนโยบายของบริษัท
การกำกับติดตามและผลการดำเนินงาน
บริษัทกำหนดให้มีการกำกับติดตามการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการการบริหารความเสี่ยงด้านการฟอกเงินไว้ในกระบวนการควบคุมภายในและการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ในปี 2568 บริษัทได้ดำเนินการตามมาตรการป้องกันการฟอกเงินอย่างเคร่งครัด ไม่พบกรณีการทำธุรกรรมที่เข้าข่ายการฟอกเงิน หรือการฝ่าฝืนนโยบายจากกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัทแต่อย่างใด
ลิงก์การป้องกันการฟอกเงิน : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-anti-money-laundering-th.pdf
การให้หรือรับของขวัญ การบันเทิง หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ
บริษัทกำหนดแนวปฏิบัติในการให้หรือรับของขวัญ ของที่ระลึก การบันเทิง หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ เพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และเพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และสอดคล้องกับหลักจรรยาบรรณทางธุรกิจ โดยมีแนวปฏิบัติ ดังนี้
การให้หรือรับของขวัญ ของที่ระลึก หรือประโยชน์อื่นใด
ทั้งนี้ การรับของขวัญตามประเพณีนิยมสามารถกระทำได้ โดยต้องมีมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาทต่อคนต่อโอกาส
กรณียกเว้น ห้ามรับหรือให้ เงินสดในทุกกรณี
การให้หรือรับการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ รวมถึงค่าบริการต้อนรับและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินธุรกิจ (Hospitality, Entertainment and Expense) ต้องปฏิบัติตามแนวทาง ดังนี้
ทั้งนี้ การให้หรือรับการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจต้องเป็นไปตามแนวทางและขั้นตอนปฏิบัติที่บริษัทกำหนดเกี่ยวกับการใช้จ่าย การเลี้ยงรับรอง และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อย่างเคร่งครัด
ลิงก์การให้หรือรับของขวัญ การบันเทิง หรือการเลี้ยงรับรองทางธุรกิจ : https://investor.prtr.com/storage/downloads/corporate-governance/corporate-policies/prtr-anti-corruption-policy-th.pdf
การปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และกฎระเบียบต่าง ๆ
การใช้และรักษาข้อมูลและทรัพย์สิน
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการใช้และการรักษาข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทฯ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร ป้องกันการสูญเสีย ความเสียหาย หรือการนำไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม ทั้งนี้ กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนมีหน้าที่และความรับผิดชอบในการดูแลและใช้ข้อมูลและทรัพย์สินของบริษัทฯ อย่างเหมาะสม และต้องปฏิบัติตามนโยบาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด
การต่อต้านการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
บริษัทดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อตรง เป็นมืออาชีพ และยึดมั่นในหลักการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม โดยปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าทั้งในประเทศและระดับสากล รวมถึงนโยบายการกำกับดูแลกิจการ (Corporate Governance Policy) และจริยธรรมทางธุรกิจ (Code of Business Conduct) อย่างเคร่งครัด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
แนวปฏิบัติ
การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ
บริษัทตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลและระบบสารสนเทศ เนื่องจากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต การติดต่อสื่อสาร และการแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีบทบาทสำคัญต่อการดำเนินงานและความสำเร็จของธุรกิจโดยรวม ทั้งนี้ ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสารสนเทศอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัวและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย และสอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
แนวปฏิบัติ
การจัดการสิ่งแวดล้อม
บริษัทมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจโดยคำนึงถึงการรักษาสมดุลระหว่างการสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการดำเนินงานให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด ภายใต้การปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่ได้รับการยอมรับทั้งในประเทศและระดับสากล ทั้งนี้ บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการปลูกฝังจิตสำนึกและวัฒนธรรมการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายในองค์กร
แนวปฏิบัติ
สิทธิมนุษยชน
บริษัทให้ความสำคัญกับการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยยึดหลักความเสมอภาค ความเท่าเทียม และการไม่เลือกปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเชื้อชาติ ศาสนา ถิ่นกำเนิด เพศ สีผิว อายุ ความพิการ สมรรถภาพทางร่างกาย รสนิยมทางเพศ ความคิดเห็นทางการเมือง ฐานะ การศึกษา หรือสถานภาพอื่นใด ทั้งนี้ บริษัทฯ เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และความเป็นปัจเจกบุคคล ตามหลักสิทธิมนุษยชนที่เป็นบรรทัดฐานสากล อาทิ ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนขององค์การสหประชาชาติ และอนุสัญญาที่เกี่ยวข้อง
แนวปฏิบัติ
ความปลอดภัยและอาชีวอนามัยในการทำงาน
บริษัทให้ความสำคัญกับความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงาน โดยคณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนยึดถือนโยบายและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นยกระดับมาตรฐานการดำเนินงานด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย เหมาะสม และยั่งยืน
นโยบายและแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อม
แนวปฏิบัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับจรรยาบรรณธุรกิจ
กิจกรรมทางการเมือง
บริษัทยึดมั่นในหลักความเป็นกลางทางการเมือง สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎหมาย และการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยไม่มีนโยบายให้การสนับสนุน ช่วยเหลือ หรือบริจาคเงิน ทรัพย์สิน หรือทรัพยากรใด ๆ แก่พรรคการเมือง นักการเมือง หรือบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องทางการเมือง ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทเคารพสิทธิและเสรีภาพทางการเมืองของบุคลากรทุกคนในฐานะพลเมือง โดยบุคลากรของบริษัทฯ สามารถใช้สิทธิ แสดงออก หรือเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองได้อย่างเหมาะสมภายใต้กรอบของกฎหมาย ในนามส่วนตัว และนอกเวลาการทำงาน โดยต้องใช้ทรัพยากรส่วนบุคคลของตนเอง
อย่างไรก็ตาม บุคลากรของบริษัทฯ ต้องไม่ดำเนินกิจกรรมทางการเมืองในนามของบริษัทฯ ไม่ใช้สถานที่ ทรัพยากร ชื่อเสียง หรือสื่อใด ๆ ของบริษัทฯ เพื่อวัตถุประสงค์ทางการเมือง และต้องหลีกเลี่ยงการ กระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่าบริษัทฯ ให้การสนับสนุน หรือมีความเกี่ยวข้องกับ พรรคการเมือง นักการเมือง หรือกลุ่มการเมืองใดเป็นการเฉพาะ
การส่งเสริมการปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจ
บริษัทให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจและจริยธรรมอย่างเคร่งครัด โดยได้จัดทำ จรรยาบรรณและจริยธรรมของกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงาน เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อกำหนดกรอบแนวทางการประพฤติปฏิบัติที่เหมาะสม และใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสาร สร้างความเข้าใจ และยึดถือปฏิบัติในแนวทางเดียวกันทั่วทั้งองค์กร
จรรยาบรรณและจริยธรรมดังกล่าวมีผลบังคับใช้กับบุคลากรของบริษัทฯ บริษัทย่อย และบริษัทร่วม ซึ่งครอบคลุมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ที่ปรึกษา คู่สัญญา ตลอดจนผู้ที่กระทำการแทนหรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในนามของบริษัทฯ หรือแทนบุคคลดังกล่าว โดยเนื้อหาครอบคลุมหลักปฏิบัติและแนวปฏิบัติด้านจริยธรรมทางธุรกิจ การกำกับดูแลกิจการที่ดี การปฏิบัติตามกฎหมาย และการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และมีความรับผิดชอบต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้นำจรรยาบรรณและจริยธรรมดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการกำกับดูแล ติดตาม และประเมินการปฏิบัติงานของบุคลากร เพื่อเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยึดมั่นในความซื่อสัตย์สุจริต และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน
การเข้าร่วมเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
ภาคีเครือข่ายหรือโครงการการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน ที่บริษัทเข้าร่วมหรือประกาศเจตนารมณ์ :
โครงการแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (Thai Private Sector Collective Action Against Corruption: CAC)สถานะการรับรองเป็นสมาชิกโครงการ CAC : ได้รับการรับรอง
รูปภาพการเข้าร่วมเครือข่ายในการต่อต้านทุจริตและคอร์รัปชัน
